lomojo

普通、Dropboxは特定のfolderだけ syncをすることができる。でも、この方法とは何でも、どこでものfolderが syncすることができる。Dropboxの特定のfolderの外でもいい。
(ほんとにすみませんが、このチュートリアルはMacかLinuxだけです。Windowsもできるけど、ぼくはしらないんです -/\-)

ただ1つの簡単なcommandし

 

Terminalで:

ln -s /path/to/your/fd-wanna-be-sync ~/Dropbox/desired-fd-name/

これが、
ほしいfolder(例/path/to/your/folder-that-wanna-be-sync)のSymbolic linkをつくり、
Dropboxの特別なdirectory(例~/Dropbox/desired-folder-name/)に置く。

(おかしい日本語書いた、すみませんね -/\-)

อันนี้วิธี sync ไฟล์กับ Dropbox นอก dir ของ Dropbox ครับ
ง่ายแค่สร้าง Symbolic link จากข้างนอกเข้าไปวางข้างใน dir ของ Dropbox
ใช้คำสั่งง่ายๆใน Terminal ดังนี้

ln -s /path/to/your/fd-wanna-be-sync ~/Dropbox/desired-fd-name/

ง่าย จบ เวิร์ค :)

 

Tags: ,

แจกไฟล์คำศัพท์ภาษาญี่ปุ่นเบื้องต้นเกี่ยวกับวิชา algorithm ที่จดเอง ลิสต์เองตอนเตรียมตัวสอบเข้าป.โท
… ลองใช้ดูแล้วพบว่าได้ผลมาก 合格しました !!!

โหลดได้ตาม url ด้านล่างโลด

アルゴリズムの言葉

 

:D

ขี้เกียจจะเกริ่นยาวๆครับ เอาเป็นว่า ใน OSX นั้นเราสามารถทำการจับภาพหน้าจอได้สองวิธีด้วยกัน คือ

  1. ใช้โปรแกรม Grab ซึ่งมีมาให้ใน utilities อยู่แล้ว แต่ไม่แนะนำเพราะวิธีนี้มันลำบากเมื่อเทียบกับข้อสอง
  2. ใช้ปุ่มลัดคอมโบ Cmd+Shift+3 เพื่อจับภาพทั้งหน้าจอ แล้วเซฟเป็นไฟล์ลง ~/Desktop หรือ Cmd+Shift+4 จะขึ้นเป็นหัวกากบาทเพื่อให้เรากำหนดพื้นที่ในการจับภาพหน้าจอได้ ถ้ากด Space bar ต่อ จะเปลี่ยนเป็นโหมดจับภาพเฉพาะหน้าต่าง เอามันไปจิ้มหน้าต่างไหนก็จะจับภาพเฉพาะหน้าต่างนั้น เซฟลง Desktop ให้เสร็จสรรพ แต่ถ้าอยากได้แบบ copy to clipboard ให้ไขว้นิ้วกดปุ่ม control เพิ่มไปอีกปุ่ม เช่น Cmd+Shift+Control+3 จะจับภาพทั้งหน้าจอลง clipboard (จับหน้าจอง่ายๆด้วยปุ่มเดียวแบบ Windows ไม่ได้รึไงวะ)
  3. (ไหนบอกสองไงละสาด) อันนี้มันก็คือๆกับข้อสอง แต่สั่งผ่าน Terminal ข้อดีคือกำหนด option ได้มากกว่า อยากได้ไฟล์แบบไหน เอาเงาติดมาด้วยมั้ย delay เท่าไหร่ จะให้เก็บไฟล์ที่ไหน (default คือ ~/Desktop) สั่งได้หมด ด้วยคำสั่ง screencapture อยากรู้ว่ากำหนดอะไรได้บ้างลอง man screencapture ดูกันเอาเองนะ
    เช่น screencapture -tjpg -oW ~/Desktop/taeyeon/cap1.jpg

    คือการสั่งให้จับภาพเฉพาะหน้าต่าง(-W) แบบไม่เงา(-o) ขอไฟล์เป็น jpg นะจ๊ะ(-t) และให้เก็บที่ ~/Desktop/taeyeon/ ชื่อไฟล์ว่า cap1.jpg
    ฟังดูดี !? แต่ปัญหาคือ ต้องลำบากมากำหนดชื่อไฟล์เองทุกครั้ง เวลาที่ต้องการทำการ capture แบบต่อเนื่อง จะทำอย่างไร ?
    ง่ายๆ ก็เอาเวลาณปัจจุบันมาตั้งเป็นชื่อไฟล์ซิจ๊ะ unique แน่นอน ด้วยการสั่งแบบนี้

    screencapture -tjpg -oW ~/Desktop/taeyeon/cap_`date +%H%M%S`.jpg
    

    ใช้ตัว ` นะ ไม่ใช่ตัว ไม่เหมือนกัน(หากดได้ตรงปุ่ม ~ หรือปุ่มเปลี่ยนภาษา) และดูวิธี format date กันเอาเองจาก man date นะจ๊ะ
    แค่นี้ง่ายๆ ก็สามารถใช้คำสั่งเดิมซ้ำๆ ในการจับภาพหน้าจอต่อเนื่องกันเป็นจำนวนมาก โดยไม่ต้องมากำหนดชื่อไฟล์เองทุกครั้งให้สับสน

ความรู้นี้ค้นพบโดยบังเอิญ (เท่สัด) เนื่องจากต้อง capture หน้าจอแสดงการติดตั้ง Red Hat งานวิชา UNIX … เอิ๊ก !

:D

เป็นที่ทราบกันดีว่าเว็บไซต์ของสำนักทะเบียนจุฬาที่้เราผูกผันกันดีนั้นมันเปิดด้วย Firefox หรือเบราเซอร์อื่นไม่ได้ ต้อง IE เท่านั้น อันที่จริงมันเป็นมานานแล้ว เคยมีรุ่นพี่เล่าให้ฟังว่าเค้าได้ส่งอีเมลไปหาคนที่รับผิดชอบให้แก้ไข แก้แค่บรรทัดเดียวเท่านั้นแหละ แค่บรรทัดเดียวปัญหามันก็จะหมดไป แต่ทุกวันนี้มันก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขเลยครับพี่น้องชาวจุฬาาาา

Screen shot 2009-10-18 at 4.32.23 PM

มัวบ่นอยู่ก็ไม่ได้อะไร มาหาวิธีแก้ไขกันเองดีกว่า

  1. ติดตั้งปลั๊กอิน Greasemonkey ซะ (ข้ามไปอ่านด้านล่างตรง UPDATE ได้เลยครับ มีวิธีใหม่ ทำง่ายกว่าเดิม)
  2. ดาวน์โหลดสคริปนี้ >> reg_fix.js
  3. ติดตั้งสคริปที่โหลดมาลง Greasemonkey ตามนี้
    1. คลิกขวาที่รูปลิง เลือก New User Script
    2. กรอกข้อมูลลงไป
    3. จากนั้นมันจะเปิดไฟล์ reg_fix.user.js ขึ้นมาให้เรา ให้เปิดไฟล์สคริป reg_fix.js ที่โหลดมาเมื่อครู่ แล้ว ก็อบปี้ไปวางแทนที่ใน reg_fix.user.js โลด แล้ว save เป็นอันเสร็จ
    4. ทดสอบๆ อย่าลืมว่าต้อง enable Greasemonkey ด้วย สังเกตุจะเห็นหน้าลิงยิ้ม :)
      Screen shot 2009-10-18 at 5.11.52 PM

UPDATE:

ตอนนี้สามารถกด install ได้เลยจาก userscripts.org แล้วครับ ต้องขอบคุณน้อง @panj ด้วย :) เข้าไปตาม url ด้านล่างได้เลย

http://userscripts.org/scripts/show/70096

It works :D

ตั้งชื่อประชดไปงั้นแหละนะ เรื่องงง่ายๆ แต่สำคัญ อย่างการก็อปพาธของไฟล์ เช่น เวลาเขียนโปรแกรม หรือทำงานผ่าน terminal บางทีมันจำเป็นนะ ทำไมมันไม่ทำมาให้ใช้ง่ายๆละเว้ยเห้ย จึงต้องค้นคว้าหาวิธีกันเอาเอง จนได้บทสรุป 2 วิธีที่คิดว่าเวิร์คที่สุดออกมาดังนี้

  1. ลากเข้า textEdit (ความยาก: 1/5  ความสะดวก: 2/5)
    1. เปิด textEdit หรือ Terminal ก็ได้
    2. ลากไฟล์ที่อยากรู้ full path ไปวางใน textEdit
    3. copy it!
  2. Automator (ความยาก: 3/5 ความสะดวก: 3/5)
    1. เปิด Automator
    2. พยายามทำให้ได้ตามรูป
      Automator
    3. File > Save as Plug-in…
    4. ตั้งชื่อว่า “Copy File Path” หรือ อะไรก็ตามใจเอ็ง และเลือกเป็น plug-in สำหรับ Finder
    5. วิธีใช้คือ right click ที่ ไฟล์ แล้วเลือก More > Automator > Copy File Path ก็จะได้พาธก็อปไว้ใน clipboard เรียบร้อย

น่าจะง่ายกว่านี้ได้

:D

  1. เนื่องจาก 160GB มันไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพในกระแสบิตอันเชี่ยวกรากในปัจจุบัน (ต้องโทษทรู 3Mbps) จึงเป็นเหตุให้ได้อัพเกรดเป็น 320GB อันที่จริงจริงกะซัด 500 GB ไปเลย แต่กำลังทรัพย์ไม่อำนวย

ตัวใหม่ที่เลือก คือ WD Scorpio Black 320GB 7200rpm ซึ่งเป็นตัวท็อปของรุ่น black แต่ราคาพอๆกับรุ่น blue (ตัวท็อป 500GB แต่ 5400rpm แพงกว่าประมาณค่อนพัน)

เริ่มต้นกระบวนการ… สิ่งสำคัญที่ต้องเตรียมไว้ ขาดเสียไม่ได้คือ เวลาว่างประมาณสามชั่วโมง แต่ถ้าจะลงวินโดวส์ใหม่ด้วยก็เผื่อไว้อีกสองถึงสามชั่วโมง (วิสต้าบัดซบที่ลงเสร็ตต้องอัพเดท และรีสตาร์ทอีกหลายๆครั้ง เสียเวลาบัดซบ)

  1. ขั้นแรก แนะนำให้สำรองข้อมูลกันก่อน เพื่อความไม่ประมาท จะด้วยทามแมชชีน หรือทำเองก็ตามสะดวก
  2. โคลนฮาร์ดดิสก์กันเลย
    1. นำฮาร์ดดิสก์ที่เพิ่งถอยมาใหม่จับต่อสาย USB หรือ ใส่กล่องก็ได้ แล้วต่อเข้าเครื่อง
    2. ฟอแมตด้วย Disk Utility เป็นแบบ Mac OS Extended (Journaled)
    3. ดาวน์โหลดโปรแกรม Carbon Copy Cloner (free) สำหรับโคลนฮาร์ดดิสก์บน MacCCC
    4. ทำการโคลนฮาร์ดดิสก์ ด้วยโปรแกรมข้างต้น เลือกพาร์ติชันที่เป็น Macintosh HD (ฺBootCamp รู้สึกว่าจะโคลนแล้วบูทไม่ได้ ต้องลงใหม่อย่างเดียว) ขั้นตอนนี้จะใช้เวลาประมาณสองถึงสามชั่วโมง ขึ้นกับปริมาณข้อมูล และการเชื่อมต่อ ถ้าเป็น Firewire ก็อาจจะเร็วกว่านี้
    5. หลังจากโคลนแล้ว ฮาร์ดดิสก์ที่ได้ก็จะพร้อมเปลี่ยน แล้วบูทเข้าใช้งานได้ทันที ไม่ต้องลง OSX ใหม่ มาเริ่มกระบวนการถอดกันเลย

หน้าตาของเหยื่อ MacBook alu
เหยื่อของเราวันนี้ Macbook (alu)
จับนอนคว่ำซะ
จับหงายท้อง
กดปุ่มด้านหลังเครื่อง เพื่อ ปลดล็อก
กดลงไปเพื่อเปิดท้าย
ดันออกให้สุด เพื่อให้ฝาหลังถูกดันออกมา
ดันให้สุดเพื่อให้ฝาหลังถูกดันออกมา
เปิดออกโลด
ได้แบบนี้
วีธีถอดเปลี่ยน อธิบายด้วยภาพด้านหลังฝสหลังแล้ว อ่านและทำตามได้เลย
วีธีถอดฮาร์ดดิสก์ อธิบายด้วยภาพอยู่ที่ฝาหลัง เข้าใจง่ายดี
หน้าตาฮารดดิสก์ใหม่ ที่ถูกเปลี่ยนเข้าไปแล้ว เพราะเปลี่ยนเสร็จแล้วจึงถอดมาถ่ายรูปอีกรอบ จึงไม่มีรูปของฮาร์ดดิสก์ตัวเก่า ต้องขออภัย
ฮาร์ดดิสก์ที่ถูกเปลี่ยนเข้าไปใหม่
ขันกรูออกเพื่อปลดตัวยึด
ขันสกรูเพื่อถอดที่ยึดออก
จับแผ่นพลาสติก และดึงออกมา
ดึงออกมาด้วยแผ่นที่จับพลาสติก
ต้องดึงออกตามทิศทางนี้ เพราะมีตัวยึดขวางอยู่
ดึงออกมาตามทิศทางดังรูป
ควรแกะแผ่นพลาสติกของตัวเก่ามาแปะลงบนตัวใหม่ด้วย
ตอนเปลี่ยนอันใหม่เข้าก็ควรแปะแผ่นพลาสติกเข้าไปด้วย
สำคัญ​มาก อย่าลืมถอดสกรูสำหรับเกี่ยวยึดฮาร์ดดิสก์ไว้กับเครื่อง จากอันเก่ามาใส่อันใหม่
อย่าลืมถอดสกรูสำหรับเกี่ยวยึดฮาร์ดดิสก์ไว้กับเครื่อง จากอันเก่ามาใส่อันใหม่
ไอ้ที่เห็นเป็นติ่งๆยื่นออกมานั้นแล มีสี่ด้าน ถอดเปลี่ยนให้หมด
ไอ้ที่เห็นยื่นออกมานั้นแล
จากนั้นก็ประกอบกลับเข้าไปอย่างเดิม ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดก็สามารถใช้งานได้เหมือนเดิมตามปกติ

ข้อควรระวัง

  1. สำหรับ BootCamp ไม่ได้ลองโคลนด้วย CCC ดู แต่เท่าที่ลองกูเกิลดูพบว่าโคลนได้ แต่บูทไม่ได้ จึงต้องลงใหม่
  2. ควรทำการสำรองข้อมูลก่อน เพราะถ้าพลาดพลั้งขึ้นมา นั่นหมายความว่า งานเอสอีร้อยกว่าหน้า, ซีเนียร์โปรเจ็ค, หนังสุดหวง และคอลเล็กชั่นลับเฉพาะ จะหายไปในบัดดล น่าเสียดาย น่าเสียดาย
  3. โดยปกติ บนฮาร์ดดิสก์จะมีรูอยู่ อย่าให้มีอะไรไปปิดรูนั้นเด็ดขาด
  4. น๊อตตัวยึดที่เป็นติ่งๆ ข้างต้น จะใช้หัวไขควงแบบหกแฉก ถ้าจำไม่ผิด อย่าพยายามให้แบบสี่แฉกหมุน เพราะมันแน่นมาก อาจทำให้เสียหายได้
  5. ภาพอย่างใหญ่ ดูได้ที่นี่ http://www.flickr.com/photos/lomojo/sets/72157621913726612/

ตามนั้น ข้อให้โชคดี :D

ภาพปลากรอบ

เคล็ดวิชา: ส่งเมล์ทันใจ ไวปานแสง

  1. Ctrl+ L เพื่อเปลี่ยนข้อความที่ address bar
  2. พิมว่า mailto: ตามด้วยที่อยู่ปลายทาง
  3. enter โลด !!!

สั้นๆ ง่ายๆ ลดไปได้หลายคลิกส์ เพียงเท่านี้ firefox ก็จะไปเรียก mail client ที่เราติดตั้งไว้ขึ้นมา ซึ่งสามารถปรับแต่งได้ใน preferences (Options) ตามภาพตัวอย่างด้านล่าง

ภาพปลากรอบ

อันที่จริง ไม่ได้คิดเอง ลอกเขามา

ขอขอบคุณ: http://lifehacker.com/5323735/compose-new-emails-quickly-from-firefox

:)

March 2017
M T W T F S S
« Feb    
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031  

บ่นๆ เพ้อๆ

Error: Twitter did not respond. Please wait a few minutes and refresh this page.

หน้า หน้า

หมวดหมู่